[fic] Sakura memory
posted on 05 May 2009 22:04 by christmaseve in Fiction
กลับมาถึงก็อัพฟิค
ทันพอดีวันเกิด ฮิบาริ๊ ซาม๊า=[]=
(แต่วาดรูปไม่ทัน555)
เป็นฟิคที่เกิดในช่วงซักผ้า ขณะที่ไปร่วมงานศพลุงที่กทม.
Title: Sakura memory
Fandom: Katekyo Hitman Reborn!
Pairing: D18
Summary:............
===============================
ซากุระโรยกลีบ ปลิดปลิว
สีชมพูเจือจาง
อย่างเงียบงัน
มือขาวแบรับกลีบดอกไม้ที่โรยราตามอายุขัย เจ้าของร่างบางเพ่งพินิจมองกลีบดอกไม้ในมือ หวนนึกถึงเรื่องเก่าๆ
ในวันนั้นต้นไม้ใหญ่ผลิดอกสีชมพูบานสะพรั่ง วจีหวานถูกเอื้อนเอ่ยจากคนที่ให้ความสำคัญกับความหมายไม่แพ้ลมปาก
ดวงตาสีอ่อนหวานเชื่อมเช่นรสน้ำผึ้ง ดวงตาคู่นั้นทอดมองรอคำตอบอย่างอดทนและอ่อนโยน
ทว่า
กลับไร้คำตอบจากปากที่มักเอ่ยเพียงวาจาเชือดเฉือน
กระนั้นร่างสูงก็ยังเฝ้ารออย่างอดทน แม้เวลาจะล่วงเลยไปนานเท่าไหร่
ไม่มีการเร่งรัด ไม่มีการบังคับ
หวังเพียง หัวใจที่ด้านชา ตอบรับความรู้สึกอย่างซื่อตรงและจริงใจ
ร่างบางแหงนเงยใบหน้ารับสายลมเย็นที่พัดเอากลิ่นดินจางๆขึ้นมาด้วย
เรือนผมสีดำสนิทตัดสั้นไหวน้อยตามแรงลม เช่นเดียวกับชายเสื้อสูทที่ขยับไหวเพียงครู่
นกน้อยสีเหลืองตัวกลมร่อนลงบนลาดไหล่บาง จะงอยปากสีส้มไซร้แก้มผู้เป็นนายอย่างเอาใจ
ฮิบาริหมุนตัวเดินจากไป จากต้นไม้ใหญ่กลางสวนสาธารณะ
นามิโมริ
ยามมองผู้คนที่เดินเบียดเสียดกัน อดคิดถึง คนคนหนึ่งที่เคยอยู่ราวกับเป็นจุดศูนย์กลางไม่ได้
คิดถึง?
เขาเองก็ไม่แน่ใจว่าจะใช่หรือเปล่า
ฮิบาริอมยิ้มน้อยให้นกสีเหลืองขนฟูในมือ
แว่วเสียงประกาศที่เขารอฟัง ร่างบางผุดลุกขึ้นเดินไปตามเส้นทางอย่างชำนาญ เขามองเห็นลูกน้องคนสนิทที่แทบไม่ต่างไปจากเดิมยืนรอเขาอยู่
คุซาคาเบะ ส่งสิ่งของในมือให้ผู้เป็นนาย เขาส่งยิ้มให้คนทำหน้าดุ
ฮิบาริยกขวดโหลขึ้นชูระดับสายตา มองถามผู้ให้อย่างสงสัย
“คุณดีโน่ เขาเคยบอกว่าอยากชมซากุระกับคุณเคียวสักครั้ง”
ขวดแก้วใบเล็กบรรจุดอกไม้สีชมพูอ่อน ดวงตาสีนิลทอดมองมัน
ดีโน่เคยบอกเขาเช่นนั้นจริง
ทว่า เขาไม่เคยใส่ใจ
นั่นก็เพราะ
อีกฝ่ายที่ขอไม่เคยบอกย้ำ
ใช่
เขามักเฝ้ารอ อย่างอดทน
“กว่าจะถึงที่นั่น มันคงเหี่ยวหมด”
ถึงจะพูดไปเช่นนั้น แต่ร่างบางกลับเก็บมันใส่สาบเสื้อเหมือนของล้ำค่า
ลูกน้องคนสนิทยืนส่งจนเจ้านายร่างเล็กลับตาไป
ได้แต่ภาวนาให้คนหัวรั้น ยอมรับตัวเองได้สักที
ฮิบาริทอดมองดอกไม้ที่เบ่งบานในร้านขายดอกไม้เล็กๆ บุปผาหลากสี หลากชนิดอวดโฉมราวประชันกัน
อดค่อนขอดในใจไม่ได้
ทั้งที่ดอกไม้ในบ้านเกิดเมืองนอนของคนคนนั้นก็มากมายถึงเพียงนี้
ทำไมจะต้องดั้นด้นไปชมดอกไม้ดอกเล็กสีชมพูในบ้านเกิดเขาด้วย
แม้จะบ่นไป แต่ก็รู้ความหมายของการกระทำนั้นดีกว่าใคร
ฉันก็แค่อยากอยู่ใกล้เคียวยะ
คำบอกที่ยามฟังเขาจำต้องเบือนหน้าหนี ต่อว่าด้วยความเคอะเขิน
สายลมพัดปะทะพวงแก้มสีระเรื่อ แม้จะเป็นคำพูดในความคิดของเขา ทว่าความรู้สึกที่ส่งผ่านมายามนั้นยังคงแจ่มชัดเหมือนครั้งที่ได้ยินจากปากของคนคนนั้น
ร่างบางสาวเท้าเดินตามถนนสายเล็กๆ จนเจอคนคุ้นตา
ชายรุ่นคุณลุงสวมแว่นตา โบกมือให้อย่างเป็นมิตร รอยยิ้มที่ส่งมาแม้จะฝืดเฝื่อนไปบ้าง แต่ก็ดีกว่าเมื่อหลายปีก่อนนัก
ฮิบาริ ไม่ได้ยิ้มตอบ เขาทำเพียงแค่มองด้านข้างของชายคนนั้น แล้วยิ้มให้กับตัวเอง
โรมาริโอ เดินนำ ร่างบางเข้าในส่วนพื้นที่ของคาบัคโรเน เขาเล่าเรื่อยๆคล้ายหาเรื่องชวนคุย ซึ่งฮิบาริก็ทำเพียงรับฟัง และพูดขึ้นบ้างเล็กน้อย
“เดินเข้าไปก็เจอแล้วครับ”
ทางเดินหินกรวดทอดเข้าในซุ้มดอกไม้ที่เลื้อยพันกัน
โรมาริโอโค้งให้ฮิบาริ แล้วเดินกลับไป
รองเท้าหนังเหยียบทับกรวดเกิดเสียงเวลาย่ำลง ฮิบาริยิ้มมุมปาก
จะได้รู้ว่าฉันมางั้นสิ
สุดปลายทางเป็นลานทรงกลมขนาดเล็ก ร่างบางยืนอยู่กลางวงนั้น ทอดมองเบื้องหน้า
สายลมพัดมาอีกครั้ง พร้อมภาพอดีตที่ผุดในความทรงจำ
วันนั้น ร่างสูงส่งยิ้มเฝื่อน ฮิบาริจำไม่ได้ว่าตนเองพูดอะไร
เขาจำได้เพียง คำพูดคล้ายตัดพ้อจากอีกฝ่าย
ครั้งแรก ที่ดีโน่
ทำท่าอย่างนั้นใส่เขา
ร่างบางเคยเชื่อและคิดมาตลอด ไม่ว่าเขาจะพูดอะไร ไม่ว่าเขาจะทำไม่ดีใส่แค่ไหน
คนคนนี้จะให้อภัย และเข้าใจเขาเสมอ
ฮิบาริ ลืมไป
บางครั้งหัวใจ มันต้องการการเอาใจใส่
แม้จะไม่พูด แต่หากมองดีๆ ดวงตาคู่นั้นวอนขอ
ใส่ใจฉันบ้าง
สายเกินไป
กว่าเขาจะรู้ตัว
หัวใจของดีโน่ก็โรยแรง อ่อนล้า
“เมฆา สูงเทียมฟ้า หยิ่งทะนง ยึดตัวเองเป็นใหญ่”
คำพูดที่ดีโน่มอบให้เขาฝังแน่น
“ม้าพยศที่แสนต่ำต้อย ไม่ขออาจเอื้อม”
รอยยิ้มผสานไปกับความโศกเศร้า
สมเพส
“ฉันคงหวังมากไปให้เคียวยะเข้าใจฉัน พอแล้ว ฉันเหนื่อย”
ดวงตาคู่สีน้ำผึ้งเศร้าสร้อย ไร้เรี่ยวแรง
“คำขอสุดท้าย ถ้าเป็นไปได้ ฉันอยากดูซากุระกับเคียวยะสักครั้ง สีชมพูละลานตา อย่างที่ฉัน”
ดีโน่จุดยิ้มมุมปาก ฮิบาริมองมันและรู้คำต่อไป ของคำพูดที่ไม่จบ
อย่างที่นายเคยขอจากฉัน
“สักครั้งหนึ่ง ไม่ใช่ปีนี้ ปีไหนก็ได้ ฉันแค่อยากให้เรามีความทรงจำที่สวยงามร่วมกันบ้าง เท่านั้นเอง”
ดีโน่จากไป พร้อมสายลมที่พัดประปราย ฮิบาริเม้มปากเน้น
เจ็บปวดใจแทบขาด
ทว่าทิฐิ มันสูงเกินกว่าจะเอ่ยคำรั้ง
เพราะยังเด็ก
จึงหลงทาง
ตอนนั้น อยากขอแค่โอกาส สักครั้ง ก่อนคำพูดนั้น จะหมายถึง
“ลาก่อน”
ตลอดกาล
“นี่ ดีโน่”
เอ่ยเรียกลอยๆ อยากรู้ว่ายังรับฟังเขาอยู่ไหม
“เพราะฉันเด็ก หรือเพราะอะไร เราถึงจบลงแบบนั้น”
ฮิบาริหัวเราะให้ตัวเอง รู้ดีแก่ใจ
คนผิดคือเขา
อีกครั้งที่ฮิบาริยิ้มอ่อน
ดวงตาเรียวทอดมองหินสลักเบื้องหน้า
แผ่นหินถูกล้อมด้วยดอกไม้สีสดใส
ข้อความที่สลักลงมีสีทองสว่าง
เหมือนสียามที่รอยยิ้มสดใสของคนคนนั้นแจ่มชัด
ดีโน่ คาบัคโรเน่
“อยากมีความทรงจำร่วมกันไม่ใช่เหรอ”
ร่างบาง ทรุดกายลงวางขวดโหลใบเล็กที่ซุกไว้ในสาบเสื้อ
“ฉันมาแล้วนี่ไง”
จุกขวดดึงเปิดออก กลีบดอกไม้ร่วงหล่น เมื่อผู้ถือคว่ำมันลง
“ดันมาตายซะได้ ม้างี่เง่า”
ฮิบาริเม้มปาก เหมือนตอนนั้น
เจ็บ
จนไร้คำพูด
ปวด
จนไม่อาจเอ่ยวาจา
สายลมพัดผ่าน เส้นผมสีนิลไหวตามแรงลม เช่นยอดหญ้าที่เสียดสีส่งเสียง
ร่างบางหยัดกายขึ้นยืน
เหม่อมองท้องฟ้า เอ่ยคำที่ เมื่อวันนั้นไม่อาจเอื้อน
แผ่วเบาราวกระซิบ
แม้เมฆาสูงเทียมฟ้า
แต่หากไร้นภาจะอยู่อย่างไร
END.
ตอนแรกกะจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับลุงซะหน่อย
แต่ไม่ไหว
ไม่มีแรงจะคิด
เอาไว้ก่อน
จะว่าไป ยังไม่ได้พูดสินะ
HBD ฮิบาริซาม๊า
มีความสุขมากๆ
ป.ล.พรุ่งนี้ไปเอาใบจบ จะได้จบจริงๆสักที 555